นโยบายความเป็นส่วนตัว

บริษัท จีโนมิกแล็บ จำกัด

วันที่มีผลใช้บังคับ: 20 กรกฎาคม 2569
ปรับปรุงล่าสุด: 20 กรกฎาคม 2569

บริษัท จีโนมิกแล็บ จำกัด (“บริษัท” “เรา” หรือ “ของเรา”) ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและสิทธิความเป็นส่วนตัวของท่าน บริษัทจึงจัดทำนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้เพื่อแจ้งให้ท่านทราบถึงวิธีการที่บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย ส่งหรือโอน จัดเก็บ และดำเนินการอื่นใดเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ตลอดจนสิทธิของท่านตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

นโยบายนี้ครอบคลุมบุคคลที่ติดต่อหรือมีความสัมพันธ์กับบริษัทผ่านเว็บไซต์ https://genomicslab.co.th/ ช่องทางออนไลน์ โทรศัพท์ อีเมล สื่อสังคมออนไลน์ แบบฟอร์มติดต่อ การสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ การขอรับบริการ การใช้บริการห้องปฏิบัติการ หรือช่องทางอื่นของบริษัท ซึ่งอาจรวมถึงผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ ลูกค้า ผู้รับบริการ ผู้ป่วย ผู้ส่งตรวจ ผู้ติดต่อ คู่ค้า ตัวแทน บุคลากรทางการแพทย์ และบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง

1. ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลตามนโยบายฉบับนี้คือ

บริษัท จีโนมิกแล็บ จำกัด
ที่อยู่: 36/2 หมู่ที่ 13 ตำบลบึงคำพร้อย อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี 12150
เว็บไซต์: https://genomicslab.co.th/
อีเมล: contact@genomicslab.co.th
โทรศัพท์: [กรุณาระบุหมายเลขโทรศัพท์ที่ถูกต้องก่อนเผยแพร่]
ช่องทางติดต่อเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลหรือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล: contact@genomicslab.co.th

หากบริษัทแต่งตั้งเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือกำหนดช่องทางรับคำขอใช้สิทธิโดยเฉพาะ บริษัทจะประกาศรายละเอียดที่เป็นปัจจุบันผ่านเว็บไซต์

2. ความหมายของข้อมูลส่วนบุคคล

“ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลธรรมดาซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ

“ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว” หมายถึง ข้อมูลตามที่กฎหมายกำหนดให้ได้รับการคุ้มครองเป็นพิเศษ เช่น ข้อมูลสุขภาพ ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ เชื้อชาติ ชาติพันธุ์ ศาสนา ความพิการ พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม หรือข้อมูลอื่นตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด

3. ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทอาจเก็บรวบรวม

บริษัทอาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็นและเกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้

3.1 ข้อมูลระบุตัวตน

เช่น ชื่อ นามสกุล คำนำหน้าชื่อ เพศ วันเดือนปีเกิด อายุ เลขประจำตัวประชาชน เลขหนังสือเดินทาง ลายมือชื่อ รูปถ่าย เลขประจำตัวผู้ป่วย เลขที่คำสั่งตรวจ หรือรหัสตัวอย่าง

3.2 ข้อมูลติดต่อ

เช่น ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล บัญชีหรือชื่อผู้ใช้บนสื่อสังคมออนไลน์ สถานที่จัดส่ง และช่องทางติดต่อที่ท่านเลือกใช้

3.3 ข้อมูลเกี่ยวกับการรับบริการและธุรกรรม

เช่น ผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ท่านสนใจ รายการสั่งซื้อ รายละเอียดการรับบริการ การนัดหมาย ประวัติการติดต่อ เอกสารประกอบการรับบริการ ใบเสนอราคา ใบแจ้งหนี้ หลักฐานการชำระเงิน เลขประจำตัวผู้เสียภาษี และข้อมูลการจัดส่ง

บริษัทไม่ขอให้ท่านแจ้งรหัสผ่าน บัตรเครดิต หรือข้อมูลทางการเงินที่ไม่จำเป็นผ่านแบบฟอร์มติดต่อทั่วไป

3.4 ข้อมูลสุขภาพและข้อมูลพันธุกรรม

ในกรณีที่ท่านขอรับบริการตรวจวิเคราะห์หรือบริการที่เกี่ยวข้อง บริษัทอาจเก็บรวบรวมข้อมูลสุขภาพ ประวัติทางการแพทย์ อาการ การวินิจฉัย ยาที่ใช้ ประวัติครอบครัว ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลจีโนม ลักษณะทางพันธุกรรม และข้อมูลจากสิ่งส่งตรวจ เช่น เลือด น้ำลาย เนื้อเยื่อ สารพันธุกรรม หรือสิ่งส่งตรวจทางชีวภาพอื่น

ข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว บริษัทจะประมวลผลเมื่อได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่าน หรือเมื่อบริษัทสามารถอาศัยข้อยกเว้นหรือฐานทางกฎหมายอื่นตามที่กฎหมายกำหนด เช่น ความจำเป็นเพื่อการวินิจฉัยโรค การให้บริการด้านสุขภาพ การรักษาพยาบาล การจัดการระบบและบริการสุขภาพ การป้องกันอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพ หรือการก่อตั้ง ใช้ หรือยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย

การให้ความยินยอมเพื่อประมวลผลข้อมูลสุขภาพหรือข้อมูลพันธุกรรมอาจจัดทำแยกต่างหากจากนโยบายฉบับนี้ตามลักษณะของบริการ

3.5 ข้อมูลทางเทคนิคและข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์

เช่น หมายเลขไอพี ประเภทและรุ่นของอุปกรณ์ ระบบปฏิบัติการ ประเภทเบราว์เซอร์ ภาษาของเบราว์เซอร์ หมายเลขประจำอุปกรณ์ วันและเวลาที่เข้าใช้งาน หน้าที่เยี่ยมชม ระยะเวลาการใช้งาน เว็บไซต์ที่นำท่านมายังเว็บไซต์ของบริษัท ข้อมูลบันทึกการทำงานของระบบ และข้อมูลจากคุกกี้หรือเทคโนโลยีที่คล้ายกัน

3.6 ข้อมูลการสื่อสาร

เช่น ข้อความที่ส่งผ่านแบบฟอร์มติดต่อ อีเมล บันทึกการสนทนา ข้อร้องเรียน คำถาม ความคิดเห็น แบบสำรวจ และบันทึกเสียงการสนทนา ในกรณีที่บริษัทมีการบันทึกเสียงและได้แจ้งให้ท่านทราบแล้ว

3.7 ข้อมูลของบุคคลที่สาม

หากท่านให้ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลอื่นแก่บริษัท เช่น สมาชิกในครอบครัว ผู้ติดต่อฉุกเฉิน ผู้รับผลตรวจ หรือผู้มีอำนาจตามกฎหมาย ท่านรับรองว่าท่านมีสิทธิแจ้งข้อมูลดังกล่าว และได้แจ้งบุคคลนั้นเกี่ยวกับนโยบายนี้หรือดำเนินการอื่นตามที่กฎหมายกำหนดแล้ว

4. แหล่งที่มาของข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทอาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคลจากแหล่งต่อไปนี้

1. จากท่านโดยตรง เช่น การกรอกแบบฟอร์ม การติดต่อสอบถาม การสั่งซื้อ การสมัครรับข่าวสาร การนัดหมาย การส่งสิ่งตรวจ หรือการขอใช้สิทธิ
2. จากโรงพยาบาล คลินิก แพทย์ บุคลากรทางการแพทย์ ห้องปฏิบัติการ คู่ค้า ตัวแทน ผู้ชำระค่าบริการ หรือบุคคลที่ท่านอนุญาต
3. จากการใช้งานเว็บไซต์ ระบบสารสนเทศ คุกกี้ และเทคโนโลยีที่คล้ายกัน
4. จากแหล่งข้อมูลสาธารณะหรือแหล่งข้อมูลที่บริษัทมีสิทธิเข้าถึงได้โดยชอบด้วยกฎหมาย
5. จากหน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานกำกับดูแลตามที่กฎหมายอนุญาตหรือกำหนด

ในกรณีที่บริษัทไม่ได้เก็บข้อมูลจากท่านโดยตรง บริษัทจะแจ้งรายละเอียดที่กฎหมายกำหนดแก่ท่านภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด เว้นแต่จะเข้าข้อยกเว้นตามกฎหมาย

5. วัตถุประสงค์และฐานทางกฎหมายในการประมวลผล

บริษัทอาจประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์และอาศัยฐานทางกฎหมายดังต่อไปนี้

5.1 การดำเนินการตามคำขอหรือสัญญา

เพื่อรับและตอบข้อสอบถาม จัดทำใบเสนอราคา รับคำสั่งซื้อ เปิดบัญชีลูกค้า ยืนยันตัวตน นัดหมาย ให้บริการตรวจวิเคราะห์ รับและติดตามสิ่งส่งตรวจ รายงานหรือจัดส่งผลการตรวจ จัดส่งสินค้า รับชำระเงิน ออกใบเสร็จหรือใบกำกับภาษี ให้บริการหลังการขาย และดำเนินการอื่นที่จำเป็นก่อนเข้าทำหรือเพื่อปฏิบัติตามสัญญากับท่าน

5.2 การปฏิบัติตามกฎหมาย

เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย คำสั่ง หรือข้อกำหนดของหน่วยงานที่มีอำนาจ เช่น กฎหมายภาษีอากร กฎหมายบัญชี กฎหมายสถานพยาบาลหรือห้องปฏิบัติการ กฎหมายเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สุขภาพ การเก็บรักษาเวชระเบียน การรายงานข้อมูลตามกฎหมาย และการตอบคำร้องจากเจ้าหน้าที่รัฐ

5.3 ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย

เพื่อบริหารจัดการและพัฒนาธุรกิจ รักษาความปลอดภัยของเว็บไซต์และระบบสารสนเทศ ป้องกันการทุจริต ตรวจสอบและแก้ไขเหตุผิดปกติ ควบคุมคุณภาพบริการ จัดการข้อร้องเรียน ตรวจสอบภายใน จัดทำสถิติหรือรายงานที่ไม่กระทบสิทธิของท่าน บริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า และก่อตั้ง ใช้ หรือยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย โดยบริษัทจะพิจารณาความจำเป็นและผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของท่านอย่างเหมาะสม

5.4 ความยินยอม

ในกรณีที่กฎหมายกำหนดหรือไม่มีฐานทางกฎหมายอื่นที่เหมาะสม บริษัทอาจขอความยินยอมจากท่าน เช่น

1. การประมวลผลข้อมูลสุขภาพ ข้อมูลพันธุกรรม หรือข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวซึ่งไม่เข้าข้อยกเว้นตามกฎหมาย
2. การส่งข่าวสาร โปรโมชั่น หรือการตลาดแบบตรงผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์
3. การใช้คุกกี้วิเคราะห์ คุกกี้ปรับแต่ง หรือคุกกี้โฆษณาที่ไม่จำเป็นต่อการทำงานของเว็บไซต์
4. การนำตัวอย่างชีวภาพหรือข้อมูลไปใช้เพื่อการวิจัยนอกเหนือจากวัตถุประสงค์ของบริการเดิม ในกรณีที่ต้องได้รับความยินยอม
5. การเผยแพร่ภาพ คำรับรอง หรือกรณีศึกษาที่สามารถระบุตัวบุคคลได้

ท่านมีสิทธิถอนความยินยอมได้ทุกเมื่อ โดยการถอนความยินยอมจะไม่กระทบต่อความชอบด้วยกฎหมายของการประมวลผลที่ดำเนินการก่อนการถอนความยินยอม ทั้งนี้ การถอนความยินยอมอาจทำให้บริษัทไม่สามารถให้บริการบางประเภทแก่ท่านได้ หากข้อมูลนั้นจำเป็นต่อบริการดังกล่าว

5.5 การป้องกันหรือระงับอันตราย

เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของท่านหรือบุคคลอื่น ในกรณีฉุกเฉินหรือกรณีที่กฎหมายอนุญาต

5.6 วัตถุประสงค์ด้านสุขภาพและการแพทย์

เพื่อการตรวจวินิจฉัย การให้บริการสุขภาพ การรักษาพยาบาล การควบคุมคุณภาพห้องปฏิบัติการ การบริหารจัดการบริการสุขภาพ หรือการดำเนินงานโดยผู้ประกอบวิชาชีพหรือบุคคลที่มีหน้าที่รักษาความลับตามกฎหมาย ทั้งนี้ ภายใต้เงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด

6. ผลกระทบหากท่านไม่ให้ข้อมูล

ท่านอาจเลือกไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บริษัทได้ อย่างไรก็ตาม หากข้อมูลดังกล่าวจำเป็นต่อการเข้าทำสัญญา การให้บริการ การยืนยันตัวตน การตรวจวิเคราะห์ หรือการปฏิบัติตามกฎหมาย บริษัทอาจไม่สามารถดำเนินการตามคำขอ ให้บริการ ส่งมอบผลตรวจ หรือปฏิบัติตามสัญญากับท่านได้ทั้งหมดหรือบางส่วน

สำหรับข้อมูลที่ประมวลผลโดยอาศัยความยินยอม ท่านมีอิสระที่จะให้หรือไม่ให้ความยินยอม โดยการปฏิเสธไม่ให้ความยินยอมจะไม่ส่งผลกระทบต่อบริการหลักที่ไม่จำเป็นต้องใช้ข้อมูลดังกล่าว เว้นแต่ข้อมูลนั้นมีความจำเป็นโดยตรงต่อบริการที่ท่านร้องขอ

7. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็นแก่บุคคลหรือหน่วยงานต่อไปนี้

1. บริษัทในเครือหรือบริษัทที่เกี่ยวข้อง หากมี และมีความจำเป็นต่อการให้บริการ
2. โรงพยาบาล คลินิก แพทย์ บุคลากรทางการแพทย์ ห้องปฏิบัติการอ้างอิง หรือผู้ส่งตรวจ
3. ผู้ให้บริการเทคโนโลยีสารสนเทศ ผู้ให้บริการระบบคลาวด์ ผู้ให้บริการเว็บไซต์ ศูนย์ข้อมูล ผู้ให้บริการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ และผู้ให้บริการสำรองข้อมูล
4. ผู้ให้บริการขนส่ง รับส่งสิ่งส่งตรวจ จัดส่งสินค้า รับชำระเงิน บัญชี ภาษี ที่ปรึกษา ผู้สอบบัญชี บริษัทประกันภัย และที่ปรึกษากฎหมาย
5. คู่ค้า ตัวแทน ผู้จัดจำหน่าย หรือผู้รับจ้างที่จำเป็นต่อการให้บริการ
6. หน่วยงานราชการ ศาล หน่วยงานกำกับดูแล เจ้าพนักงาน หรือบุคคลที่มีอำนาจตามกฎหมาย
7. ผู้รับโอนกิจการ ผู้ลงทุน หรือคู่สัญญาที่เกี่ยวข้องกับการควบรวม การปรับโครงสร้าง การซื้อขายทรัพย์สินหรือกิจการ โดยอยู่ภายใต้มาตรการรักษาความลับที่เหมาะสม
8. บุคคลอื่นตามที่ท่านยินยอมหรือตามที่กฎหมายอนุญาต

บริษัทจะกำหนดให้ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งดำเนินการแทนบริษัทใช้ข้อมูลตามคำสั่งของบริษัท รักษาความลับ และมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม รวมถึงจัดทำข้อตกลงเกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลตามที่กฎหมายกำหนด

8. การส่งหรือโอนข้อมูลไปต่างประเทศ

บริษัทอาจใช้ผู้ให้บริการระบบคลาวด์ ห้องปฏิบัติการอ้างอิง ผู้ผลิตเครื่องมือหรือซอฟต์แวร์ หรือผู้ให้บริการอื่นที่ตั้งอยู่ในต่างประเทศ ซึ่งอาจทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านถูกส่งหรือโอนไปยังประเทศที่มีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลแตกต่างจากประเทศไทย

บริษัทจะดำเนินการให้การส่งหรือโอนดังกล่าวเป็นไปตามกฎหมาย เช่น ส่งไปยังประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศที่มีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอ จัดให้มีมาตรการคุ้มครองที่เหมาะสมและสามารถบังคับตามสิทธิของเจ้าของข้อมูลได้ อาศัยข้อยกเว้นตามกฎหมาย หรือขอความยินยอมจากท่านเมื่อจำเป็น

9. การเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็นสำหรับวัตถุประสงค์ที่แจ้งไว้ โดยพิจารณาจากลักษณะของข้อมูล ระยะเวลาความสัมพันธ์กับท่าน อายุความ ข้อกำหนดด้านบัญชี ภาษี การแพทย์ ห้องปฏิบัติการ การควบคุมคุณภาพ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ตัวอย่างระยะเวลาการเก็บรักษา ได้แก่

1. ข้อมูลการติดต่อหรือข้อสอบถามทั่วไป: ไม่เกิน 2 ปีนับจากวันที่ติดต่อครั้งสุดท้าย เว้นแต่เกิดความสัมพันธ์ทางสัญญา
2. ข้อมูลลูกค้า การสั่งซื้อ การให้บริการ และธุรกรรม: ตลอดระยะเวลาที่ให้บริการและต่อไปไม่เกิน 10 ปี หรือตามอายุความและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
3. เอกสารบัญชีและภาษี: ตามระยะเวลาที่กฎหมายบัญชีและภาษีอากรกำหนด โดยทั่วไปไม่น้อยกว่า 5 ปี และอาจถึง 10 ปีในกรณีที่กฎหมายกำหนดหรือมีความจำเป็น
4. ข้อมูลสุขภาพ ผลตรวจ ข้อมูลพันธุกรรม สิ่งส่งตรวจ และบันทึกทางห้องปฏิบัติการ: ตามระยะเวลาที่กฎหมาย มาตรฐานวิชาชีพ มาตรฐานห้องปฏิบัติการ สัญญา หรือความจำเป็นด้านการแพทย์และการควบคุมคุณภาพกำหนด
5. ข้อมูลการตลาด: จนกว่าท่านจะถอนความยินยอมหรือคัดค้าน และหลังจากนั้นบริษัทอาจเก็บหลักฐานการถอนความยินยอมหรือการคัดค้านเท่าที่จำเป็น
6. ข้อมูลทางเทคนิคและบันทึกการรักษาความปลอดภัย: โดยทั่วไปไม่เกิน 2 ปี เว้นแต่จำเป็นต่อการตรวจสอบเหตุการณ์หรือการดำเนินคดี
7. หลักฐานการให้หรือถอนความยินยอมและคำขอใช้สิทธิ: ตลอดระยะเวลาที่จำเป็นเพื่อพิสูจน์การปฏิบัติตามกฎหมายและตามอายุความที่เกี่ยวข้อง

เมื่อพ้นระยะเวลาที่จำเป็น บริษัทจะลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้อย่างปลอดภัย เว้นแต่บริษัทมีสิทธิหรือหน้าที่เก็บรักษาต่อไปตามกฎหมาย

ระยะเวลาข้างต้นเป็นกรอบทั่วไป บริษัทอาจกำหนดระยะเวลาเฉพาะสำหรับแต่ละผลิตภัณฑ์ บริการ หรือประเภทการตรวจ และจะแจ้งให้ท่านทราบในเอกสารหรือแบบฟอร์มที่เกี่ยวข้อง

10. มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัย

บริษัทจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยเชิงบริหาร เชิงเทคนิค และเชิงกายภาพที่เหมาะสมกับระดับความเสี่ยง เช่น

1. การจำกัดสิทธิการเข้าถึงตามหน้าที่และความจำเป็น
2. การยืนยันตัวตนและการบริหารบัญชีผู้ใช้งาน
3. การเข้ารหัสข้อมูลระหว่างรับส่งหรือจัดเก็บตามความเหมาะสม
4. การบันทึกและตรวจสอบการเข้าถึงระบบ
5. การสำรองและกู้คืนข้อมูล
6. การประเมินความเสี่ยงและทบทวนมาตรการรักษาความปลอดภัย
7. การอบรมและกำหนดหน้าที่รักษาความลับแก่บุคลากร
8. การจัดการเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลและการแจ้งเหตุแก่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือเจ้าของข้อมูลตามที่กฎหมายกำหนด
9. การควบคุมผู้ให้บริการภายนอกและการจัดทำสัญญาคุ้มครองข้อมูลที่เหมาะสม

แม้บริษัทจะดำเนินมาตรการอย่างเหมาะสม ไม่มีระบบส่งข้อมูลหรือระบบจัดเก็บข้อมูลใดสามารถรับประกันความปลอดภัยได้อย่างสมบูรณ์ ท่านควรรักษาความลับของข้อมูลเข้าสู่ระบบ รหัสผ่าน และอุปกรณ์ของท่านด้วย

11. ข้อมูลของผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถ และคนเสมือนไร้ความสามารถ

บริษัทไม่มีเจตนาเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถโดยปราศจากการปฏิบัติตามกฎหมาย

หากเจ้าของข้อมูลเป็นผู้เยาว์ที่ยังไม่อาจให้ความยินยอมได้โดยลำพัง บริษัทจะขอความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองตามที่กฎหมายกำหนด ในกรณีของคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ บริษัทจะขอความยินยอมจากผู้อนุบาลหรือผู้พิทักษ์ตามความเหมาะสม

หากบริษัททราบว่าได้เก็บข้อมูลโดยไม่มีความยินยอมหรือฐานทางกฎหมายที่เหมาะสม บริษัทจะดำเนินการลบหรือระงับการใช้ข้อมูลนั้นโดยเร็ว เว้นแต่บริษัทมีหน้าที่หรือสิทธิเก็บรักษาตามกฎหมาย

12. การวิจัยและข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคล

หากบริษัทนำข้อมูลหรือสิ่งส่งตรวจไปใช้เพื่อการวิจัย การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การประกันคุณภาพ หรือการจัดทำสถิติ บริษัทจะดำเนินการตามฐานทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ขอความยินยอมเมื่อกฎหมายกำหนด และใช้มาตรการลดความเสี่ยง เช่น การใช้นามแฝง การแยกข้อมูลระบุตัวตน การจำกัดการเข้าถึง หรือการทำให้ข้อมูลไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้

ข้อมูลที่ถูกทำให้ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้อย่างถาวรและไม่สามารถเชื่อมโยงกลับมายังบุคคลได้ จะไม่ถือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม บริษัทจะยังคงใช้มาตรการควบคุมที่เหมาะสมเพื่อป้องกันการนำข้อมูลกลับมาระบุตัวบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต

13. การตัดสินใจโดยอัตโนมัติ

ปัจจุบันบริษัทไม่มีนโยบายใช้การตัดสินใจโดยอัตโนมัติที่ก่อให้เกิดผลทางกฎหมายหรือส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อท่านโดยปราศจากการตรวจสอบที่เหมาะสมโดยบุคคล

หากบริษัทเริ่มใช้กระบวนการดังกล่าว บริษัทจะแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับหลักการทำงาน ผลที่อาจเกิดขึ้น และสิทธิของท่านตามที่กฎหมายกำหนด

14. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

ภายใต้เงื่อนไขและข้อยกเว้นตามกฎหมาย ท่านอาจมีสิทธิดังต่อไปนี้

1. สิทธิถอนความยินยอมที่เคยให้ไว้
2. สิทธิขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล
3. สิทธิขอให้เปิดเผยแหล่งที่มาของข้อมูลที่ท่านไม่ได้ให้ความยินยอม
4. สิทธิขอรับหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบที่กฎหมายกำหนด
5. สิทธิคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
6. สิทธิขอให้ลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้
7. สิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล
8. สิทธิขอให้แก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
9. สิทธิร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หากเห็นว่าการประมวลผลข้อมูลของบริษัทไม่เป็นไปตามกฎหมาย

การใช้สิทธิบางประการอาจถูกจำกัดตามกฎหมาย เช่น เมื่อบริษัทจำเป็นต้องเก็บข้อมูลเพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อประโยชน์ด้านสาธารณสุข เพื่อก่อตั้ง ใช้ หรือยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้อง หรือเมื่อการดำเนินการตามคำขออาจกระทบสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น

 15. วิธีการใช้สิทธิ

ท่านสามารถส่งคำขอใช้สิทธิ พร้อมรายละเอียดที่เพียงพอสำหรับยืนยันตัวตนและระบุข้อมูลที่เกี่ยวข้อง มายัง

อีเมล: contact@genomicslab.co.th
หัวข้ออีเมล: “คำขอใช้สิทธิข้อมูลส่วนบุคคล”

หรือส่งหนังสือมายัง

บริษัท จีโนมิกแล็บ จำกัด
36/2 หมู่ที่ 13 ตำบลบึงคำพร้อย อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี 12150

บริษัทอาจขอข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อยืนยันตัวตน ป้องกันการเปิดเผยข้อมูลแก่ผู้ไม่มีสิทธิ และประเมินคำขอ บริษัทจะดำเนินการภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด และจะแจ้งเหตุผลหากไม่สามารถดำเนินการตามคำขอได้ทั้งหมดหรือบางส่วน

โดยทั่วไปบริษัทจะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียม เว้นแต่เป็นกรณีที่กฎหมายอนุญาต เช่น คำขอไม่มีเหตุผล มีลักษณะฟุ่มเฟือย หรือซ้ำซ้อนเกินสมควร

16. การตลาดและการยกเลิกการรับข่าวสาร

หากท่านให้ความยินยอมรับข่าวสาร บริษัทอาจส่งข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ บริการ โปรโมชั่น กิจกรรม หรือเนื้อหาที่บริษัทเห็นว่าอาจเป็นประโยชน์แก่ท่าน

ท่านสามารถถอนความยินยอมหรือยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อผ่านลิงก์ยกเลิกที่อยู่ในข้อความ หรือติดต่อ contact@genomicslab.co.th การยกเลิกการตลาดจะไม่กระทบข้อความที่จำเป็นต่อการให้บริการ ธุรกรรม ความปลอดภัย หรือการปฏิบัติตามกฎหมาย

17. คุกกี้และเทคโนโลยีที่คล้ายกัน

เว็บไซต์อาจใช้คุกกี้และเทคโนโลยีที่คล้ายกันเพื่อให้เว็บไซต์ทำงานอย่างถูกต้อง รักษาความปลอดภัย จดจำการตั้งค่า วิเคราะห์การใช้งาน ปรับปรุงบริการ หรือแสดงเนื้อหาและโฆษณาที่เกี่ยวข้อง

รายละเอียดเกี่ยวกับประเภท วัตถุประสงค์ ผู้ให้บริการ และระยะเวลาการทำงานของคุกกี้ระบุไว้ใน “นโยบายคุกกี้” ของบริษัท ท่านสามารถจัดการความยินยอมผ่านศูนย์ตั้งค่าคุกกี้บนเว็บไซต์ได้

18. เว็บไซต์หรือบริการของบุคคลภายนอก

เว็บไซต์อาจมีลิงก์ไปยังเว็บไซต์ แพลตฟอร์ม หรือบริการของบุคคลภายนอก บริษัทไม่ได้ควบคุมและไม่รับผิดชอบต่อวิธีการประมวลผลข้อมูลของบุคคลภายนอกดังกล่าว ท่านควรศึกษานโยบายความเป็นส่วนตัวของบุคคลภายนอกก่อนให้ข้อมูลหรือใช้บริการ

19. การเปลี่ยนแปลงนโยบาย

บริษัทอาจแก้ไขนโยบายนี้เป็นครั้งคราวเพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของบริการ เทคโนโลยี การดำเนินธุรกิจ หรือกฎหมาย บริษัทจะแสดงวันที่ปรับปรุงล่าสุดไว้ด้านบนของนโยบาย

หากการเปลี่ยนแปลงมีสาระสำคัญ บริษัทจะแจ้งผ่านเว็บไซต์ อีเมล หรือช่องทางที่เหมาะสม และจะขอความยินยอมใหม่ในกรณีที่กฎหมายกำหนด

20. การติดต่อและร้องเรียน

หากท่านมีคำถาม ข้อเสนอแนะ ข้อร้องเรียน หรือต้องการใช้สิทธิเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล โปรดติดต่อ

บริษัท จีโนมิกแล็บ จำกัด
ที่อยู่: 36/2 หมู่ที่ 13 ตำบลบึงคำพร้อย อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี 12150
อีเมล: contact@genomicslab.co.th
โทรศัพท์: [กรุณาระบุหมายเลขโทรศัพท์ที่ถูกต้องก่อนเผยแพร่]
เว็บไซต์: https://genomicslab.co.th/

ท่านยังมีสิทธิร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กฎหมายกำหนด

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า